มุทิตา คือ ความเบิกบานพลอยยินดี เมื่อเห็นผู้อื่นอยู่ดีมีสุข

๓. มุทิตา คือ ความเบิกบานพลอยยินดี เมื่อเห็นผู้อื่นอยู่ดีมีสุข ก็มีจิตใจแช่มชื่นเบิกบาน เมื่อเห็นใครประสบความสำเร็จ มีจิตใจพลอยยินดีกับเขา และพร้อมจะช่วยเหลือสนับสนุน
๔. อุเบกขา คือ ความวางใจเป็นกลาง โดยมองตามความเป็นจริง รวมทั้งรู้จักวางเฉยสงบใจมองดู วางจิตมั่นคงสม่ำเสมอ มองคนอื่นได้รับผลดีหรือชั่วสมควรแก่เหตุที่เขาประกอบ พร้อมที่จะวินิจฉัยและปฏิบัติไปตามธรรม๓๒
ข. สังคหวัตถุ ๔
หลักธรรมในการสร้างไมตรีในสังคม คือ สังคหวัตถุ ๔ ประการ อันได้แก่
๑. ทาน การให้ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เฉลี่ยเจือจานแจกจ่าย ช่วยเหลือด้วยสิ่งของ ทรัพย์สินเงินทอง ตลอดจนวิชาความรู้
๒. ปิยวาจา การพูดจาโดยใช้คำสุภาพ ให้เกียรติกัน พูดด้วยความหวังดีมีน้ำใจ บอกกันถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ Read the rest of this entry »

หลักธรรมในการพัฒนาคุณสมบัติด้านการบริหารปกครอง

คุณสมบัติของผู้นำในการบริหารองค์กรมีองค์ประกอบหลายด้าน แยกไปตามสิ่งที่ผู้นำจะต้องปฏิสัมพันธ์ด้วย คือ ผู้นำต้องมีความสามารถในการปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านั้นให้ถูกต้องและได้ผลดี องค์ประกอบเหล่านั้น คือ
๑. ตัวผู้นำ จะต้องมีคุณสมบัติภายในของตนเอง เป็นจุดเริ่มและเป็นแกนกลางไว้
๒. ผู้ตาม เป็นผู้ที่เข้าร่วมอยู่ในองค์กร เพื่อทำภารกิจร่วมกับผู้นำ
๓. จุดหมาย ที่ต้องมีความชัดเจน เข้าใจถ่องแท้และแน่วแน่ในจุดหมาย เป็นต้น                                      ๔. หลักการ เป็นแนวทางที่จะทำให้สำเร็จผลบรรลุจุดหมาย
๕. วิธีการ เป็นสิ่งที่จะทำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
๖. สถานการณ์ สภาพแวดล้อม หรือสิ่งที่จะประสบ ซึ่งอยู่ภายนอก ว่าทำอย่างไรจะผ่านไปได้ด้วยดี ในท่ามกลางสังคม สิ่งแวดล้อม หรือสิ่งที่ประสบ ได้แก่ ปัญหา เป็นต้น Read the rest of this entry »

พระราชวรมุนี (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) ให้คำอธิบายไว้ ดังนี้

๑. มีตาดี หมายถึง การมีปัญญาในการมองการณ์ไกล คือมีความสามารถในการวางแผนและฉลาดในการใช้คน มีความชำนาญในการใช้ความคิด ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Conceptual Skill
๒. มีธุรกิจดี หมายถึง การรู้และเข้าใจในกิจการที่กำลังกระทำมีการจัดการธุระดี ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Technical Skill
๓. เพรียบพร้อมด้วยที่พักพิงอาศัย หมายถึง การมีกัลยาณมิตรที่ดี และตนเองต้องเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีด้วย ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Human Relation Skill                                                           ข. พละ ๔
หมายถึง กำลังแห่งคุณธรรม ๔ ประการ๓๗ เมื่อนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตของผู้นำแล้ว พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เปรียบพละ ๔ เป็น ความฉลาด ความขยัน ความสุจริต และมนุษยสัมพันธ์๓๘ ดังนี้ Read the rest of this entry »

วิริยพละ คือ การมีกำลังแห่งความเพียร ผู้นำต้องมีความขยันในการที่จะทำการทุกอย่างให้บรรลุเป้าหมาย

๒. วิริยพละ คือ การมีกำลังแห่งความเพียร ผู้นำต้องมีความขยันในการที่จะทำการทุกอย่างให้บรรลุเป้าหมาย และเพื่อเป็นตัวอย่างรวมถึงสร้างกำลังใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อความสำเร็จของการงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
๓. อนวัชชพละ คือ การมีกำลังแห่งความสุจริตหรือบริสุทธิ์ ไม่มีข้อบกพร่องเสียหายอันเกิดจากการประกอบอาชีพ ผู้นำที่ปฏิบัติตนดี มีความประพฤติดี ไม่ด่างพร้อยย่อมเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ปฏิบัติงานด้วย และผู้ใต้บังคับบัญชาจะให้ความยำเกรงด้วยความดีในตัวผู้นำนั้น
๔. สังคหพละ คือ การมีกำลังแห่งการสงเคราะห์ เพื่อการยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนรอบข้าง นั่นคือ ผู้นำต้องพร้อมไปด้วยสังควัตถุธรรม ๔ ประการนั่นเอง                                                                                   ค. อิทธิบาท ๔
ในพระไตรปิฎกได้อธิบายความหมายของอิทธิบาทว่า Read the rest of this entry »

อิทธิบาท ๔ พละ ๔ และฆราวาสธรรมนี้ ได้ชื่อว่าเป็นหลักธรรมแห่งความสำเร็จ

อาจเรียกอย่างสั่นๆ ว่า รักงาน สู้งาน ใส่ใจงาน และทำงานด้วยปัญญา๔๓
อิทธิบาท ๔ พละ ๔ และฆราวาสธรรมนี้ ได้ชื่อว่าเป็นหลักธรรมแห่งความสำเร็จ ดังนั้นในการทำการใด เมื่อผู้นำทั้งหลายตั้งอยู่ในอิทธิบาท ๔ การนั้นจะสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี
ผู้นำที่พัฒนาตนเพื่อการบริหารงานตามหลักธรรมดังกล่าวข้างต้นนี้ จะนำมาซึ่งความพร้อมแห่งตนในการจะทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย                                                                                                      ๒.๒.๒.๒ หลักธรรมเพื่อการบริหารปกครอง
ในพระไตรปิฎก พระพุทธเจ้าทรงแสดงโปรดพุทธบริษัท เกี่ยวกับหลักธรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารและการปกครองไว้หลายพระสูตร ซึ่งสามารถนำมาประมวลและบูรณาการให้เหมาะกับผู้นำในการนำมาเป็นหลักการในการบริหาร ให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารปกครององค์กร ดังนี้
๑. อปริหานิยธรรม Read the rest of this entry »

Search
Archives